"อะไร"ในชีวิต

posted on 11 Oct 2009 22:01 by mimlamai

ผ่านไป 9 วัน
แผลในปากเกือบหายแล้ว
ปากล่างเริ่มสามัคคีกับปากบนทำให้ออกเสียงตัว ม พ ผ ว m v p ฯ ได้แล้ว
เพิ่งรู้ว่าปากล่างสำคัญแค่ไหนก็ตอนนี้นี่แหละ

ตอนนี้เริ่มเคี้ยวเอื้องได้บ้างแต่ยังไม่กล้ากินเผ็ด กลัวแสบ
อาหารมื้อแรกหลังจากเคี้ยวได้คือมาม่าหมี่น้ำใส
และคงได้เป็นมิตรกับมาม่าอีกหลายๆมื้อนับจากนี้ไป
จนต้องเจียม T_T

..

ช่วงนี้เพื่อนหลายคนจิตตก
ทั้งเห็นในหัวเอ็มและสเตตัส FB
บ้างก็ว่า empty life บ้างก็ว่ารู้สึกชีวิตว่างเปล่า
บ้างก็ไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไร

คนมีงานทำ คนไม่มีงานทำ
คนมีแฟน คนไม่มีแฟน
คนประสบความสำเร็จ คนล้มเหลว
คนจน คนรวย
คนสมหวัง คนผิดหวัง
หลายครั้งที่มนุษย์เราแอบรู้สึกอย่างเดียวกัน
รู้สึกว่าชีวิตว่างเปล่า
และที่เรากระเสือกกระสนเพื่อที่จะได้มัน มีมัน
กลับไม่ใช่คำตอบ

เราเองก็เคยรู้สึกแบบนั้น
จนเมื่อเรื่องแย่ๆทุกอย่างโหมเข้ามาในชีวิตพร้อมๆกัน
เรากลับรู้สึกว่าช่างมันเหอะ
Que sera sera  (ขออินเทรนด์หน่อย)
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
เพียงต้องมีสติรับมือกับมัน
มองหาความสุขเล็กๆน้อยๆท่ามกลางพายุฝน
และเรียนรู้โลกจากเรื่องราวของตัวเอง
ของคนอื่น
ของมดดำที่มาตอมกล้วย
ของแมวเหมียวที่เพิ่งคลอดลูก
ของนกที่ลูกของมันโดนแมวกิน
ของแมลงสาบที่แอบซ่อนอยู่ในครัว
ของต้นมะละกอที่โดนเพลี้ยลงจนตาย
ของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้

มนุษย์เราคาดหวังกันมากไปรึเปล่าวะ
ว่าชีวิตต้องมี "อะไร"

 

 

sleeping princes

edit @ 11 Oct 2009 22:05:59 by lamai

ไข้หวัดชะเอิงเอย

posted on 29 Apr 2009 00:54 by mimlamai
 

เปลี่ยนชื่อจากไข้หวัดหมูเป็นไข้หวัดเม็กซิโกเพราะกลัวกระทบกับหมู
แล้วไม่กลัวกระทบกับคนเม็กซิโกเหรอวะ
งี้ใครเจอคนมาจากเม็กซิโกก็วิ่งหนีกันตายดิ

 

 Racist ที่สุดดด


น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น"ไข้หวัดที่คุณก็รู้ว่าอะไร" ดีกว่าอีก

หุหุ

 

รักษาสุขภาพกันนะตัวเอง

 

 

 

edit @ 29 Apr 2009 01:20:31 by lamai

นกและหอยทาก

posted on 27 Apr 2009 21:58 by mimlamai

ตั้งแต่เริ่มฤดูร้อนมาีนี่ ฉันได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บๆบ่อยกว่าทุกครั้ง

คาดว่าคงมีครอบครัวนกน้อยย้ายรังมาอิงอาศัยอยู่แถวละแวกบ้าน

เสียงจิ๊บๆของมันหวานใส กังวาน ชนิดที่ทำให้เบิกบานไปได้ทั้งวัน

 

ค่ำนี้เสียงจิ๊บๆดังถี่กว่าทุกครั้งระคนกับเสียงแง๊วๆของแมวเหมียว

วิ่งออกไปดูเจอแมวเหมียวกำลังขย้ำนกอย่างเมามัน

ฉันได้แต่กรี๊ดไม่กล้าจับแมวเพราะกลัวว่าไปจับมันจะยิ่งทำให้มันฝังคมเขี้่ยวไปมากกว่าเดิม

เสียงกรี๊ดทำให้หลานชายวิ่งออกมาไล่แมว

มันคงตกใจเลยคายนกออกจากปาก

 

เจ้านกขนหลุดลุ่ยหมอบอยู่ใต้โต๊ะ

มันตัวสั่นงันงกอย่างคนเสียขวัญ

ฉันไม่กล้าจับมัน (อีกตามเคย) เพราะไม่รู้ว่ามันเจ็บตรงไหน

กระดูกหักบ้างหรือเปล่าหนอ

หลังจากบอกให้หลานจับแมวสาวเข้ากรง

ฉันรีบเอากระดาษช้อนตัวมันแล้วค่อยๆยกออกมานอกบ้าน

พอได้กลิ่นหมาดฝนนอกบ้านเท่านั้นแหละ

เจ้านกน้อยก็รีบโผบินหายไปในความมืด

ทิ้งไว้เพียงเศษขนนุ่มๆบนปลายมือ

 

ฉันดีใจกับนกน้อยที่มันได้กลับบ้านอีกครั้ง

ดีใจที่ออกไปดูทันก่อนที่แมวจะเขมือบชีวิตออกไปจากมัน

 

แต่คิดอยู่เหมือนกันว่า

ถ้าหลานไม่ออกมาช่วย ฉันจะทำอะไรได้มากแค่ไหน

ความกลัวว่าถ้าหากเสี่ยงไปช่วยมัน อาจจะเป็นการเร่งให้มันตาย 

เป็นความกลัวที่ทำให้แอบรู้สึกผิดอยู่ในใจ

บางทีถ้าฉันได้ลองพยายามช่วยเหลือมันแล้วอย่างเต็มที่

ก็อาจจะดีกว่าการยืนมองมันโดนขย้ำจนตาย

 

...

 

หันกลับมากำัลังจะเดินเข้าบ้าน

"กร๊อบบบ"

ใจหายวาบ เสียงกร๊อบของมันเสียดแหลมแทงเข้าไปในใจจนไม่กล้าหันไปมอง

 

เฮ้อ นกรอด

หอยทากไม่รอด

 

จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด


edit @ 29 Apr 2009 01:02:09 by lamai